บันทึกแผ่นที่1

Last updated: 8 ก.ย. 2566  |  60 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บันทึกแผ่นที่1

ชื่อภาพ มะยงชิด 1.
วิถีนครนายก มีความสมบูรณ์และงดงาม
เทคนิค สีอะคริลิคบนผ้าลินิล
ขนาด 60:80 เซนติเมตร

(14 กุมภาพนธ์ 2563)
วันนี้ ผมตั้งใจทดลองจับพู่กัน ผสมสีวาดภาพชุดใหม่
วิถีนครนายก…มีความสมบูรณ์และงดงาม
เพื่อทดสอบว่า ผมยังสามารถกลับมาวาดภาพได้เหมือนเดิมไหม…
ร่างกายผมพร้อมหรือยัง ความทรงจำ อยู่ครบหรือหลงๆลืมๆ จากวิบากกรรมเส้นเลือดแตก

…เวลาเดินเร็วเหลือเกิน
ย่างเข้าเดือนที่สามแล้ว ที่ผมปล่อยให้ใจใฝ่ฟ้า ฝันจะกลับมาวาดภาพใหม่
ไม่ทราบว่าแรงมือยังมีความแข็งแรง พอจะสบัดพู่กันได้อีกไหม?

วิบากกรรมชีวิต ครั้งที่ 2 เมื่อเส้นเลือดแตกในสมอง ทำให้ผมไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
เมื่อรู้สึกตัวในวินาทีแรก ความคิดวกวน มือไม้อ่อนแรง แค่เอนตัวเบาๆบนเตียงห้องไอซียู.
ก็เวียนหัวทรงตัวไม่ได้…

ให้ใจคิด…เราจะกลับไปวาดภาพ ทำสิ่งที่รัก ที่ชอบ ได้อีกหรือเปล่า…

การนอนเฝ้าเตียงร่วมกับพี่น้องชาวใต้ ห้องไอซียู.โรงพยาบาลพัทลุง 9 วัน 9 คืน
วิบากกรรมของผมอีกครั้งในรอบไม่ถึงปี น่าจะเพียงพอแล้ว

เมื่อคุณหมอที่ดูแลไข้ มาเยี่ยมคนไข้ยามเช้า บอกผมว่า อาจารย์กลับบ้านได้แล้ว
กลับไปฟื้นฟูร่างกาย

…ให้ใจได้ปลื้ม คลายความทุกข์ท้อได้มาก แม้ตัวผมยังไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินได้
…คำสั่งหมอ…อาจารย์อย่าลืมกินยา…

และไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลต้นสังกัด โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าฯกรุงเทพฯ
ที่ระบุในบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาท รักษาทุกโรค
…หมอจะทำใบส่งตัวให้

ให้ผม…นึกถึงวันเก่าก่อนที่ตัวเองมีส่วนในการพิจารณา การประกวดสัญญาลักษณ์
30 บาท รักษาทุกโรคในยุคเริ่มต้น ผมเป็นกรรมการตัดสินคนหนึ่งที่ได้เลือกสัญญาลักษณ์
30 บาท รักษาทุกโรค และโลโก้นี้ยังมีใช้ เป็นป้ายติดให้เห็นทุกโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงสาธารณสุขให้คิดถึง คุณหมอน้ำดี นายแพทย์สงวน นิตยารัมพงค์ ผู้บุกเบิกและผลักดันโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า "30 บาทรักษาทุกโรค"โครงการดูสุขภาพของประเทศไทยที่องค์การอนามัยโลกชื่นชม ยกย่อง

วิบากกรรมครั้งนี้ เป็นเหตุ ให้ผมเข้าโรงพยาบาลเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แลเห็นพี่น้องคนใต้ มีความเจ็บป่วยจำนวนมาก พื้นที่ในโรงพยาบาลแม้จะมีอาคารถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆอย่างไร คนใข้ล้นเตียงมีให้เห็น อาการการเจ็บป่วยของคนไทย ไม่ใช้เฉพาะภาคใต้บ้านเรา แต่มีทุกภาค ชาวบ้านตื่นมาโรงพยาบาลตั้งแต่ตีสี่ตีห้า ได้พบหมอเพียงไม่กี่วินาทีในตอนสายๆ…

โรคอุษัติใหม่ หรือโรคที่เกิดในเมืองใหญ่หรือจากการบริโภคตามสมัยนิยม เป็นเหตุให้เกิดโรคใหม่ๆ และยากต่อการรักษา หรือรักษาได้แต่ต้องใช้เงินจำนวนมาก บางครั้ง ครอบครัวต้องมาหมดเนื้อหมดตัวก่อนจะเสียชีวิต…

ผมจินตนาการในอนาคต การสาธารณสุขไทย จะรองรับการเจ็บป่วยของคนไทยจำนวนมาก
ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเขื่อนกั้นน้ำจุได้เต็มแล้ว อั้นจนแตกพัง น้ำไหลบ่าท่วมทะลัก จะมีใครคิดป้องกันได้ทัน และดูแลการสูญเสียให้มีน้อยที่สุด

ตัวผมเอง ยังไม่มีความมั่นใจ ที่คุณหมอส่งกำลังใจให้กับคนไข้
เอาแค่พยาบาลมาช่วยพยุงตัวให้ผมได้ลุกขึ้นนั่งตอนเช้า และให้ช่วยเหลือตัวเอง
ทั้งจับมือแปรงฟัน ตักข้าวเช้าเข้าปาก ก็ลำบากแล้ว

เช้านี้พยาบาลใจดี บอกผมว่า จะให้ทดลองหัดยืน หัดเดิน
เพราะพรุ่งนี้ คุณหมอบอกให้ผมกลับบ้านได้

เริ่มแรกหัดเดินเอาตามใกล้ๆเตียงนอน
มีแรงแล้ว ออกไปเดินข้างนอกใกล้ๆมีร่มเงาของระเบียง
พยาบาลบอกว่าจะพาอาจารย์ลงเดินดู
จะได้เปลี่ยนรับลมเย็นๆดีกว่านอนอยู่แต่บนเตียงอย่างเดียว

กำลังใจผมจะมีมากขนาดใหนที่จะให้ร่างกายแข็งแรงกลับมาเหมือนเดิมเร็วๆ
จะได้วาดฝันสิ่งที่รักในใจอีกมากมาย ถึงใจจะมีมากเกิน 100 แต่ร่างกายขณะนั้นไม่ตอบรับ
และคิดว่านอนบนเตียงดีกว่าลงมาหัดเดินแบบเด็กๆเพิ่งสอนเดิน

การเดินทางกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้จะเป็นไปได้ยังไง
พี่สาวได้จองตั๋วเครื่องบินให้แล้ว พี่ชายมารับ ออกเดินทางจากโรงพยาบาลพัทลุง
ไปขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานสนามบิน จังหวัดตรัง
ระยะทางหลายสิบกิโล ถึงใจผมยังสู้ แต่ความเป็นจริงจะเป็นไปได้ยังไง…

ให้ใจกลับไปคิดถึงวันนั้นอีกครั้ง วันที่ผมไม่สามารถช่วยตัวเองได้
เวลาวิกฤต เริ่มจากเวียนหัว และเป็นลม
จับมือเพื่อนข้างตัว บอกว่าหาที่ให้ผมนอนพื้นราบ
เพราะผมเคยเป็นลม ถ้าได้นอนราบสักพักมันจะหายไปเอง
แต่ครั้งนี้ผมวูบหลับไปพักหนึ่ง…
เมื่อเสียงรถยาบาลฉุกเฉินถูกเรียกมารับ นำไปส่งที่โรงพยาบาลพัทลุงได้ทันเวลา
ก่อนเวลาชีวิต ลมหายใจสุดท้ายมาเยือนแบบเส้นยาแดงฝ่าแฝด 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้