บันทึกแผ่นที่2

Last updated: 8 ก.ย. 2566  |  73 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บันทึกแผ่นที่2

บันทึกแผ่นที่ 2
Reflection of Life,Story Behind Canvas
เรื่องเล่าบนผืนผ้าใบ ประสบการณ์ จินตนาการ สู่เรื่องราวสะท้อนสังคม

ชื่อภาพ มะยงชิด 2.
วิถีนครนายก มีความสมบูรณ์และงดงาม
เทคนิค สีอะคริลิคบนผ้าลินิล
ขนาด 40:60 เซนติเมตร

หวลกลับมาคิดถึงตัวเอง…สาเหตุเส้นเลือดในสมองแตก…
เพราะการดูแลตัวเองไม่ดี ทั้งเรื่องปล่อยให้ความเครียดสะสมยาวนาน
และการไม่ได้กินยารักษาความดันตามหมอสั่ง

ผมมีความสนุกกับการได้กลับไปเที่ยวบ้านเกิดเมืองนคร กับเพื่อนรัก ที่บินมาจากอเมริกา
เพื่อนบอกว่าการไปเที่ยวครั้งนี้ จะทำให้อาจารย์วิเชียร ได้ยิ้ม ลืมทุกข์ท้อในวิบากกรรมชีวิตบ้าง…

วิบากกรรมชีวิตครั้งแรก ผ่านเลยมาหกเดือนแล้ว ผมถูกคุณหมอ…ที่ผมนับถือ ไม่แบ่งเงินจากการขายบ้านสวนศิลป์ หมอ…ได้เงินไปแล้ว 30 ล้านบาท แต่ตัวผมผู้สร้างบ้านมากับมือด้วยความรัก
กลับไม่ได้ส่วนแบ่งคืนมาบ้างเลย…

การไว้ใจคน เราโง่เองที่มีความรู้เฉพาะการวาดภาพ คิดว่าคนที่เรารู้จักเป็นคนดีทั้งหมด
มองคนไม่เป็นและคิดว่าหมอ …เป็นคนดีเหมือนคุณหมอ
ที่ผมรู้จักมาครึ่งค่อนชีวิตในกระทรวงสาธารณสุข
ผมไม่ทันคน ทำให้บ้านของตัวเองหลุดมือไป และยังซื่อ เป็นคนพาผู้ซื้อบ้านของตัวเองให้หมอ…รู้จัก

เพราะความไม่รอบคอบ ทำให้ชีวิตผมในวัยสว.ต้องมาเจอวิบากกรรมครั้งใหญ่…
ทั้งไม่มีเงินเก็บ ไม่มีบ้าน และเป็นช่วงจังหวะที่ผมไม่มีรายได้
วิบากกรรมได้ทะยอยมาพร้อมกัน เป็นต้นเหตุให้ผมสะสมความเครียด
และไม่ได้ปรึกษาใคร เพราะมั่นใจ สามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้
ชีวิตผมไม่เคยขอรับความช่วยเหลือใคร ๆแต่การได้ช่วยเหลือคนอื่นๆผมภูมิใจและทำเสมอมา

การใช้กิจกรรมศิลปะอาสาในที่ต่างๆ รักษาสุขภาพจิตได้
แต่ศิลปะไม่สามารถรักษาโรคของผมได้ เพราะเป็นเรื่องที่เราไว้ใจคน…

ศิลปะการวาดภาพเป็นเพียงปะทังให้ความทุกข์ท้อลดลง เป็นความสุข ชั่วครั้งชั่วคราว

เมื่อเสร็จภาระกิจการทำค่ายศิลปะ ศิลปินน้อยสีสมุนไพรที่โรงเรียนตำรวจตะเวณชายแดน
บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าละอู ด้วยการสนับสนุนสีสมุนไพร จากกรมการแพทย์แผนไทย จบลง เพื่อนนำรถจากกรุงเทพฯจอดรับพาผมเดินทางไปเที่ยวปักษ์ใต้ต่อทันที
รำ่ลากลุ่มเพื่อนๆศิลปินอาสาที่มาทำกิจกรรมค่ายศิลปะด้วยกัน แยกทางกลับกรุงเทพฯ
ผมเดินทางไปบ้านเกิดเมืองนครในเที่ยงวันนั้น

เมื่อผมได้กลับไปเห็นบรรยากาศเมืองนคร บ้านที่ผมลืม
ผมจากเมืองนครมาหลงเมืองกรุงผ่านเลย เกือบ 40 ปี
กลับไปเที่ยวคราวนี้ ได้เห็น ได้สัมผัสวิถีชาวใต้ พูดคุยภาษาบ้านเรา
พี่น้องชาวปักษ์ใต้ เหมือนเดิม แม้เวลาจะเปลี่ยนอย่างไร ความเป็นคนใต้
มองดูภายนอก ไม่สะอาดงามตาแบบภาคอื่นๆ
แต่ภายใน ใจถึง…เมื่อรู้ว่าคนใต้ถูกเอาเปรียบ จะรีบเข้ามาแก้ปัญหาให้ทันที
…………………………
คนใต้ใจดี เป็นคนตรง ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ก่อนถึงวันวิบากกรรมครั้งนี้ ให้ผมคิด ภูมิใจและฝันว่าในยามนี้ ผมตัดสินใจ
จะกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด เมื่อได้เงินส่วนแบ่งจากการขายบ้านสวนศิลป์เป็นทุน
ใช้องค์ความรู้ด้านศิลปะ และความถนัดกลับไปเตรียมเด็กๆให้รับรู้ กับสิ่งที่ไม่รู้
ประสบการณ์ที่ผมมี คงสอนเด็กๆ บ้านเรา ดีกว่าการเดินทางแรมรอนไปในที่ต่างๆ
เหมือนที่เคยทำมาครึ่งค่อนชีวิต

สัมผัสธรรมชาติของจังหวัดนครศรีธรรมราช เดินทางไปปากพนัง แต่ไม่ได้แวะบ้านที่ผมเคยอาศัย
เรียนหนังสือ เพราะคิดว่าจะไปครั้งหน้าคงได้พบเพื่อนๆและไปพักทำงานศิลปะ
ไปทุ่งสง ไปฉวาง พื้นที่ๆมีอากาศบริสุทธิ์ …เมืองนครมีอีกมากอำเภอ
และเป็นสถานที่ๆผมไม่เคยไปเห็น…

เมืองประวัติศาสตร์ พระธาตุทองคำ ชื่นฉ่ำธรรมชาติ แร่ธาตุอุดม
เครื่องถมสามกษัตริย์ มากวัดมากศิลป์ ครบสิ้นกุ้งปู

ทำให้ผมได้คิด…ปักษ์ใต้บ้านเรายังมีสิ่งที่ดีงาม ที่ผมยังไม่รู้อีกมาก
แต่ผมกลับไปรับรู้ จังหวัดอื่นๆมากกว่า

แท้จริงแล้ว…บ้านของเรา มีเสน่ห์ ไม่เป็นรองใคร…

การท่องเที่ยวมีความสนุก เพลิดเพลิน ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ ลืมทุกข์ท้อไปได้
ลืมดูแลตัวเอง ยารักษาความดันไม่ได้นำติดตัวไป เพราะคิดว่าเราคงหายดีแล้ว
ไม่ได้วางแผนการเดินทางไกล การนอนหลับไม่เพียงพอ กินอาหารไม่เป็นเวลา
และตามใจเพื่อน ร่วมฉลอง เหล้า/เบียร์ กันอย่างสนุก

ผลที่ติดตามมา ในวันที่ 2 ช่วงแวะพักกินข้าวเที่ยงที่เลยเวลาไปมากแล้ว
มีแกงปักษ์ใต้อร่อยอิ่มเอม ผมลุกไปถ่ายภาพ รอบๆที่นั่งกินข้าว
เก็บบรรยากาศเผื่อจะเป็นแบบให้วาดภาพบรรยากาศบ้านเราได้บ้าง
เกิดอาการเวียนหัว ต้องรีบกลับมานั่งที่โต๊ะทานข้าว ทันที
อาการเวียนหัวเริ่มแรก คลื่นไส้ อาเจียนเอาข้าวเที่ยงแกงปักษ์ใต้อร่อย เต็มโต๊ะ

และด้วยสติพอมีเสียง ขอให้เพื่อนพยุงให้ตัวเองได้นอนราบ ก่อนได้ยินเสียงเรียกรถฉุกเฉินให้มารับ และมารู้สึกตัวอีกครั้ง ตัวผมนอนบนเตียง มีสายน้ำเกลือ ห้องไอซียูที่โรงพยาบาลพัทลุง
และทราบว่าก่อนหน้านั้น ญาติจากหาดใหญ่ที่ผมได้ไปเที่ยวมา เป็นคนอนุญาติให้โรงพยาบาลดูแลผม หากถึงขั้นหมอผ่าตัด

ให้ใจคิดถึงคุณหมอ…ที่ผมคิดว่าเป็นคนดี เมื่อขายบ้านผมแล้ว
คุณหมอ…รับเงินไป 30 ล้านบาท ไม่ได้แบ่งเงินส่วนเกินให้ผมเลย
เพียงส่งข่าวด้วยถ้อยคำสั้นๆ เมื่อผมร้องขอรับความถูกต้อง

…เวลาเปลี่ยน หมอไม่สามารถช่วยพี่วิเชียรได้…

เงินได้ให้อาม่าไปแล้ว ส่วนหนึ่งบอกว่า เก็บไว้ส่งลูกสาวไปเรียนเมืองนอก

…เวลาเปลี่ยน กินความหมาย และกระชากความรู้สึกดีเหลือเกิน
เป็นคำฝังใจ…หมอ…ไม่น่าบอกว่าเวลาเปลี่ยนมาใช้กับผมเลย…
และจริงๆแล้วผมไม่จำเป็นต้องรับรู้ว่าหมอ…จะแบ่งเงินยังไง เอาไปส่งลูกสาวเรียนเมืองนอก หรือ…
เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินที่ขายบ้านของผม เป็นคนละเรื่องราว

เมื่อความเครียดเข้าครอบงำ ทำอะไรไม่ได้ เพราะผมเชื่อว่า ผมเป็นคนดีคนหนึ่ง
และผู้ใหญ่ในกระทรวงสาธารณสุขคงไม่มีใครจะมาโกงเงินผม
ชีวิตนี้ ผมไม่เคยเอาเปรียบใคร มีแต่ช่วยเหลือสังคม ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเกือบทุกคนในรอบ30 ปี รวมทั้งรัฐมนตรี ผมเป็นคนทำเอกสารต่างๆและในวาระเกษียณราชการ
ไม่คิดว่าผมจะถูกหมอ …ที่กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ไม่แบ่งเงินที่ขายบ้านผมได้ 30 ล้านบาท ทั้งๆที่หมอ…บอกว่าจะช่วยพี่วิเชียรให้เงินผมไปไถ่ถอนบ้านออกจากธนาคารเพียง 5 ล้านบาท เพราะอาม่าฝากธนาคารก็ได้ดอกน้อย เอามาช่วยพี่วิเชียรดีกว่า เพราะพี่ช่วยกรมมานาน…

ผมจำคำพูดหมอ…เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรด…

ผมยังโชคดีที่ ญาติ พี่ น้อง ไม่เอาเปรียบคนอื่นๆ บอกให้ทำใจ อย่าไปผูกเจ็บแค้น…
เพราะเราไม่ละเอียดครบถ้วน หรือพูดไม่ให้ผมเสียใจ มากกว่านี้

แต่ความจริงแล้ว ผมมีความเจ็บแค้นคงไม่ต่างกับจ่า…เหตุการณ์ที่เมืองโคราช
บุกสังหาร จากรอยแค้นให้ตายตามกันไป…

ถ้าไม่มี พี่ น้อง และ เพื่อนๆคอยให้กำลังใจ อาจารย์ สู้ สู้ ๆ เตือนสติ
เพราะเรายังมีครบ 32 มีความรู้ ความสามารถ ชีวิตนี้ คงไม่อดตายแน่…
…ได้ แต่ ทำใจ ปลอบใจตัวเอง ขอให้เวรกรรมมีจริงและเห็นผลในชาตินี้

ผมเจอวิกรรมกรรมชีวิตในความโง่ของผมเอง ที่ไว้ใจคน
…ช่วยเหลือคน และคนๆนั้น ทำให้ผมมีความทุกข์ท้อยิ่งนัก
มีเพียงช่วงเวลาการวาดภาพเท่านั้นที่ทำให้ผมลืมเรื่องวิบากกรรมไปได้บ้าง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้