บันทึกแผ่นที่6

Last updated: 8 ก.ย. 2566  |  25 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บันทึกแผ่นที่6

บันทึกแผ่นที่ 6.
Reflection of Life,Story Behind Canvas
เรื่องเล่าบนผืนผ้าใบ ประสบการณ์ จินตนาการ สู่เรื่องราวสะท้อนสังคม
ได้กินทุเรียนที่ป่าละอู…
ตื่นเช้า วันนี้ (27 ก.พ.63 )ใจโล่งๆอยากจะวาดภาพ
คิดถึงภาพได้กินทุเรียน ป่าละอู
…เห็นแม่ค้าชาวสวนนำทุเรียนออกมาจากสวน
เข้าไปจับดม มีกลิ่นหอม ทุเรียนลูกเล็กกะกินคนเดียว
เพราะเพื่อนอาสาที่ไปทำกิจกรรมศิลปะเด็ก อาจารย์สมชาย ไม่ชอบทุเรียน
ผมเอาลูกนี้…แกะให้ผมกินเลย เพราะดม มีกลิ่นหอมเพียงลูกเดียว…
ไม่ได้ถามว่าเป็นทุเรียนพันธุ์อะไร ผมส่งเงินไปให้ 100 บาท
ผมทดลองรสทุเรียน ป่าละอู อีกครั้ง กับที่ผมเคยกินของเมืองนนท์ ว่าใครจะอร่อยกว่ากัน
เพราะวันนี้ใครๆก็บอกว่าทุเรียน ป่าละอู รสดีเป็นที่นิยมและราคาใช้ได้
ผมได้ถ่ายภาพทุเรียนก่อนเอาเข้าปาก…เก็บไว้วาดภาพด้วย
พื้นที่ป่าละอูมีการปลูกทุเรียนมาก กำลังได้ผลผลิต เป็นทั้งทุเรียนวัยรุ่น หนุ่มสาว
และทุเรียนที่ได้ปลูกมาเก่าก่อน เนื้ออร่อย หวานมัน
เป็นเพราะพื้นดินบนเนินเขายังสมบูรณ์ ปลูกทุเรียนได้งดงาม
แต่ไม่เหมือน สวนทุเรียนนนท์ เพราะสภาพสวนเมืองนนท์ สวนยกร่อง
มีน้ำหล่อเลี้ยงตลอดเวลา ทั้งน้ำดีน้ำกร่อย ดินดี ปุ๋ยหน้าดินแสนวิเศษ…
ในอดีตชาวสวนเล่าว่า ร่องสวนทุเรียน อุดมไปด้วย กุ้งก้ามกราม ปู ปลา
และพืชผักในครัวเรือนเหลือล้น ทุเรียนร่วงมาไม่มีใครสนใจเก็บกิน
แต่สวนทุเรียนนนท์วันนี้ สภาพหมู่บ้านจัสรรล้อมรอบทั่วทิศ
น้ำดี อากาศ ฝุ่นพิษ และยังมีเศษขยะ น้ำดำมากมายในร่องสวน
ทุเรียนรสอร่อยแบบเดิมๆคงหากินไม่ได้แล้ว เพราะเวลาเปลี่ยน
…เหมือนกับคำพูดที่ผมจำฝังใจ…เวลาเปลี่ยน หมอ…ช่วยพี่วิเชียรไม่ได้…
กลับจากทำธุระนอกบ้านเรียบร้อย
ช่วงบ่าย ผมมีเวลาว่าง ใจอยากวาดภาพทุเรียน ให้ผมกลับมาทำพื้นท้องฟ้าที่ฝันทันที
เมื่อใจว่างไม่ยึดติดกับเรื่องวิบากกรรมที่ผ่านมา การวาดภาพจึงป็นเวลาที่ดีที่สุด
การเกลี่ยสีพื้นภาพจึงออกมาได้เป็นที่ถูกใจ ทำเพียงครั้งเดียวในเวลาสั้นๆ
แล้วปล่อยทิ้งไว้ให้สีแห้งตามธรรมชาติ…
ผมออกไปพักสายตานั่งกินกาแฟสักแก้ว รอให้สีแห้งแล้วค่อยมาดูว่าพอใจไหม
ถ้าพื้นภาพพอใจ ค่อยมาวาดทุเรียนป่าละอู ตามเสียงลือว่าเป็นทุเรียนแสนอร่อย
ผมชอบกินทุเรียน เพราะหลังบ้านสวนศิลป์เป็นสวนทุเรียนนนท์
และผมเคยรับเป็นประธาน ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร
จังหวัดนนทบุรี
หลายๆครั้งที่ผมเดินทางไปทำกิจกรรมให้กับเด็กๆโรงเรียนตำรวจตะเวณชายแดน ป่าละอู
ได้แวะพักกินทุเรียน 3 ครั้ง ทั้งเข้าไปสำรวจสวน นั่งกินกันใต้ต้น ซื้อกลับบ้านฝากเพื่อนๆ
รวมทั้งได้พักในสวนทุเรียน ในโรเรียน กางเต้นนอนก็ได พักกับชาวบ้าน
รวมทั้งพักโฮมสเตย์ของคนนครบ้านผม ที่ย้ายมาทำสวนที่ป่าละอู ในวัยสว.
กับข้าวเช้าง่ายๆถูกปากทุกคนในราคาถูกมากๆ
ได้สัมผัสรสทุเรียนป่าละอู ทั้งพันธ์ุพวงมะณี ชะนี หมอนทอง และก้านยาว ไม่ด้อยกว่า
ทุเรียนของเมืองนนท์สักเท่าไร
แต่ถึงยังไง ผมยังมีความเชื่อ จะไม่มีจังหวัดใหนปลูกทุเรียนได้รสดีเท่าที่เมืองนนท์อีกแล้ว
เพราะสภาพพื้นที่ พื้นดินและสภาพสิ่งแวดล้อม รวมถึงชาวสวนนนท์ดูแล รักทุเรียน
ยิ่งกว่าการประคบเลี้ยงดูลูกเล็กๆ
วันนี้ผมได้เห็น เราปลูกทุเรียนกันมากทั่วประเทศ ส่งขายแบบอุตสาหกรรม…
การได้ออกไปทำกิจกรรมสอนศิลปะจิตอาสา ให้กับเด็กๆด้อยโอกาส
ที่ผมขอรับความสนับสนุน สีสมุนไพร จากท่านอธิบดีนายแพทย์มรุต จิรเศรษฐสิริ
และท่านรอง นายแพทย์สรรพงศ์ ฤทธิรักษา กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
เริ่มแรก เลือกโรงเรียนตำรวจตะเวณชายแดน บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าละอู
เป็นพื้นที่ห่างไกล เด็กไม่เคยเจอครูสอนศิละ เด็กๆมีความสุข
ได้เดินทางไปทำกิจกรรมพร้อมเพื่อนๆศิลปินจิตอาสาหลายๆครั้ง
และมีเป้าหมายทำให้ได้ครบทั้งสี่ภาค
การเดินทาง มีเพื่อนๆที่ไม่แสวงหาประโยชน์ต่อกัน การเดินทางเพื่อคนที่ยังด้อยกว่า
ได้พบสิ่งที่ไม่เคยเห็น ทำให้สุขภาพจิตผมคลายความทุกข์ท้อได้มาก
และเมื่อถึงวันได้เฝ้าต้อนรับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน
บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ ป่าละอู ทำให้ผมและเพื่อนๆมีความสุข
ได้เฝ้า เห็นพระองค์เสด็จทอดพระเนตรกิจกรรม ผลงานวาดภาพสีสมุนไพรของเด็กๆ
ด้วยความสนพระทัย…
…………………………
กลับมาดูพื้นภาพฟ้า หลังจากปล่อยให้สีแห้งผ่านไป 3 ชั่วโมง
สียังไม่แห้ง…วันนี้ดูสีพื้นก่อนครับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้