บันทึกแผ่นที่7

Last updated: 8 ก.ย. 2566  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

บันทึกแผ่นที่7

บันทึกแผ่นที่ 7.
Reflection of Life,Story Behind Canvas
เรื่องเล่าบนผืนผ้าใบ ประสบการณ์ จินตนาการ สู่เรื่องราวสะท้อนสังคม
ใบไม้ที่น้ำตก ป่าละอู
ได้ยินแต่ชื่อป่าละอู …น่าสนใจ
เมื่ออาจารย์สมชาย วัชระสมบัติ ชวนผมไปสอนสีสมุนไพรให้กับเด็กๆ
โรงเรียน ตำรวจตะเวนชายแดน บ้านคลองน้อย ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่
ในรอบปีที่ผ่านมา ผมและอาจารย์สมชายได้เดินทางขึ้นไปเยี่ยมโรงเรียนหลายครั้ง
นอกจากได้ทำกิจกรรมศิลปะให้เด็กๆโดยการสนับสนุนสีสมุนไพรจาก
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกแล้ว ยังมีเพื่อนๆศิลปินอาสาร่วมด้วยช่วยกัน
ให้เด็กๆได้ความรู้ด้านศิลปะบ้าง เพราะทราบว่าโรงเรียนแห่งนี้ ยังไม่เคยมีครูศิลปะ
อาจเป็นเพราะ โรงเรียนชายขอบ ไกลปืนเที่ยง มีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้การสนับสนุน ครูที่สอนก็เอามาจากตำรวจตระเวนชายแดน…
การเดินทางไปครั้งแรก มีความรู้สึกว่าไกลจัง
แต่เมื่อได้ไปหลายๆครั้ง ป่าละอู และที่ตั้งโรงเรียน ไม่ได้ไกลเลย
จากที่ไม่รู้จักใครเลย ติดต่อนอนตามรีสอร์ท เสียเงิน
เมื่อมีความคุ้นเคย ได้นอนในห้องโรงเรียน /กางเตนท์บนสนามหญ้า
แล้วแต่กลุ่มจิตอาสาชอบ รวมถึงชาวบ้านให้ที่พักฟรี
เมื่อผมและอาจารย์สมชาย มอบเงินเป็นค่าเก็บกวาดเรือนนอน
ให้ชาวบ้าน และพวกเรามารบกวนนอนสองสามครั้งแล้ว
ผู้ดูแลบ้าน ไม่ยอมรับเงิน และพูดให้พวกเรายิ้ม…
ทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน เป็นเพียงคนงานทำสวน ดูแลบ้าน
…ถ้าพวกอาจารย์มาเที่ยว …ผมจะไม่เปิดให้พัก ให้ไปพักตามรีสอร์ท…
…รู้ว่ากลุ่มอาจารย์มาสอนเด็กๆของเรา… ผมรับเงินไม่ได้จริงๆ…
เมื่อกิจกรรมจบแต่ละครั้ง มีเวลาไปหาความชอบส่วนตัว
คือการได้ขึ้นไปเที่ยวน้ำตกป่าละอู และสถานที่อื่นๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์
หวังจะได้ความคิดบันทึกวาดภาพเก็บไว้บ้าง
กรุงเทพ ก่อนถึงวันที่ผมพบวิบากกรรมครั้งที่ 2 เส้นเลือดในสมองแตกที่พัทลุง
ผมได้วาดภาพใบไม้ที่ป่าละอูไว้ 3 ภาพ มีขนาด 70 คูณ 50 เชนติเมตร ด้วยความสดใส
ใบไม้ที่น้ำตกป่าละอู 1.2.และ ผีเสื้อ หัวใจ ใบไม้
การเดินทางไปให้ความรู้เด็กๆเป็นผลดีให้กับตัวผม ได้ทั้งรักษาสภาพจิตใจที่กำลังอ่อนล้า
ให้เกิดพลังกำลังใจที่จะก้าวเดินตามฝัน และทำให้คนอื่นที่ด้อยกว่าต่อไป
การได้เปลี่ยนที่พักอันจำเจ พบเจอบรรยากาศใหม่ ได้พบเพื่อนใหม่
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทำสิ่งที่ชอบกับเพื่อนและน้องๆคอเดียวกัน
ทุกข์ท้อ วิบากกรรมอันปวดร้าว รักษาได้ด้วยหมู่เพื่อนๆที่มีใจเดียวกันและการได้ทำสิ่งที่รักษ์
การได้สัมผัสธรรมชาติ ผืนป่าและน้ำตกป่าละอู ทำให้ผมได้ย้อนอดีต เมื่อครั้งตัดสินใจเดินบนเส้นทางนักวาดฝัน บนขุนเขา ดอยขุนตาล จังหวัดลำปางในปี 2525 เพื่อที่จะได้เข้าใจธรรมชาติและเลือกธรรมชาติบางส่วนเสนอเป็นภาพวาดสะท้อนความคิดและจินตนาการ และต่อมาได้ร่วมจัดแสดงนิทรรศการ ป่าสวยน้ำใสตะวันฝัน ทำให้ผมรักษ์ธรรมชาติติดตัวมาถึงวันนี้
น้ำตกป่าละอูในเช้าวันฝนพรำ ผมปล่อยเวลาให้อาจารย์สมชาย และน้องตระการ นั่งวาดภาพ
ผมปลีกตัวเดินขึ้นไปสัมผัสน้ำตกถึงชั้นที่ 5 เพื่อเก็บเกี่ยวความงามของธรรมชาติหวังจะได้แรงบันดาลใจวาดภาพธรรมชาติในมุมมองที่ชอบ เหมือนกับอดีตที่เคยไปอยู่บนดอยขุนตาลเมื่อปี 2525
ยามเช้าที่ยังมีฝนโปรยพรำ ๆ พื้นทางเดินเปียกชื่นและมีความลื่น ทางข้างหน้ามีความสงบเงียบดูน่ากลัว เพราะยังเช้าเกินไปจะได้เห็นนักท่องเที่ยว ผมตัดสินใจเดินพอแค่นี้ก่อน ในวัยสว. กลัวว่าจะเป็นอันตราย และหวังจะมาเดินอีกครั้ง เมื่อหน้าแล้งมาถึง
เดินไปตามน้ำตกให้จิตคิดถึง เมื่อผมเดินขึ้นยอดเขาผาชมจันทร์ ครั้งไปทำโครงการป่าสวยน้ำใส ตะวันฝัน ไปพบกับคนที่เราสนใจ ได้พูดคุย กับภาพใบไม้ที่ผาชมจันทร์
ใบไม้ในกำมือเดียว
พระพุทธองค์ทรงใช้ฝ่าพระหัตถ์ถือเอาใบประดู่ลาย แล้วทรงตรัสถามพระภิกษุทั้งหลายว่า
ใบประดู่ลายในฝ่าพระหัตถ์กับที่อยู่บนต้น อย่างไหนมีมากกว่ากัน
พระภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลว่า ใบประดู่ลายที่อยู่บนต้นนั้นมีมากกว่า
พระพุทธเจ้า ตรัสว่า ใบไม้ในกำมือ ของพระองค์ ก็คือ ธรรม ที่พระองค์นำมาสู่โลก เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด ในสังสารวัฏนี้ แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนใบไม้นอกกำมือ ต่อให้มีมากมายเต็มป่า พระองค์ก็ไม่ทรงสอน เพราะไม่ได้เป็นไปเพื่อความพ้นทุกข์
……………………
ภาพชุดใบไม้ที่น้ำตกป่าละอู 1 2,และ หัวใจใบไม้ ความงดงามที่ผมมองธรรมชาติ และลมหายใจ
ใบไม้คือชีวิต ใบไม้เหมือนตัวเรา แต่ละใบผ่านฤดูกาลอันยาวนานเก็บร่องรอยไว้มากมาย ทั้งรอยขาดจากภัยธรรมชาติ รอยสรรพสัตว์กัดกิน พิจารณารายละเอียดแต่ละใบ จะมีใบไม้ใบใหนบ้างที่มีความสมบูรณ์พร้อม รายละเอียดบนใบไม้ ร่องรอยขาดวิ่น รอยตำนิผ่านฤดูกาลและสรรพสัตว์ สุดท้ายเมื่อถึงเวลา ละทิ้งใบเพื่อให้ใบอ่อนได้มีหน้าที่สานต่อ ส่วนใบไม้เก่าแก่สลัดใบ กลับเป็นปุ๋ยให้กับต้นที่เคยอาศัย…
คำถามให้คิด และการเรียนรู้เมื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งบนขุนเขา
ที่ผมนำธรรมชาติมาเป็นสื่อสร้างฝันในปี 2525
คำตอบ ใบไม้เป็นเหมือนชีวิตของเรา เมื่อถึงเวลาละจากโลกนี้ไปแล้ว
ไม่สามารถนำอะไรติดตัวไปได้สักอย่าง เป็นเพียงเถ่าฝุ่นแค่กำมือเดียว
บันทึกความจดจำฝากไว้ เสียงแห่งคุณความดี หรือความเลวที่คนเราได้สร้างกรรมครั้งหนึ่ง
เชื่อมต่อเป็นเสียงแซ่ซ้องสรรเสริญ หรือการสาปแช่งส่งให้ผู้ตายและยังติดไปถึงวงศ์ตะกูล

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้